กานพลูใช้บรรเทาอาการปวดฟัน

กานพลู เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลเหลือง ลำต้นลักษณะเป็นทรงพุ่ม ใบเป็นใบเดี่ยว ใบหนาเป็นมัน ใบยาวเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ใบอ่อนมีสีชมพูอมแดง เมื่อใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ออกดอกเป็นช่อ ดอกตูมจะมีสีเขียว พอบานสีจะเป็นสีเหลือง แล้วค่อย ๆ จางลงจนกลายเป็นสีชมพูอ่อน ผลเดี่ยวมีสีม่วงเมื่อสุก ผลค่อนข้างนิ่ม เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้อ ชอบแสงแดดจัด ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่วิธีที่นิยมจะเป็นการตอนกิ่งและการปักชำ

กานพลู เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดจากทางหมู่เกาะสุมาตรา ในปัจจุบันเริ่มมีการวิจับกันอย่างแพร่หลายมาก ในอุตสาหกรรมยาสีฟัน หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพปากและฟัน นิยมนำดอกแห้งมาสกัดเป็นน้ำมัน มีสรรพคุณในการยับยั้งแบคทีเรีย จุลินทรีย์ และเชื้อรา จึงช่วยป้องกันฟันผุ และดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี

คุณค่าทางโภชนาการ

ในดอกกานพลูจะมีสารอาหาร และวิตามินอยู่หลายชนิด มีวิตามินบีรวม ที่ช่วยบำรุงประสาท และกล้ามเนื้อ วิตามินซีช่วยป้องกันไข้หวัด วิตามินช่วยบำรุงสายตา แคลเซียม ฟอสฟอรัสช่วยบำรุงกระดูก และฟันให้แข็งแรง โพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมสมดุลระบบของเหลวในร่างกาย แมกนีเซียมช่วยบำรุงกระดูก และบำรุงเซลล์

สรรพคุณทางยาสมุนไพร

  • ดอกสด : นำดอกสดมาตำให้ละเอียด หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำอุ่นเพื่อดื่มแก้อาการปวดท้องเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อจุลินทรีย์ แก้อาการเลือดออกตามไรฟัน ขจัดเสมหะ ป้อกันโรค และแก้โรคเหน็บชา หรือใช้น้ำคั้นจากดอกผสมน้ำอุ่นอมบ้วนปากเพื่อแก้ปวดฟัน ดับกลิ่นปาก ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ สาเหตุของฟันผุ
  • ดอกแห้ง : นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมันเรียกว่าน้ำมันกานพลู ใช้กินเพื่อแก้ปวดท้อ ขับลมในกระเพาะและลำไส้ ใช้หยดบริเวณที่ปวดฟัน ช่วยลดอาการปวดฟันลงได้

แก้ปวดฟันด้วยดอกกานพลู

  • นำดอกสด ๆ มาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ หรือนำดอกแห้งมาสกัดเป็นน้ำมัน ใช้หยดลงบริเวณที่ปวดฟัน หรือบริเวณที่ฟันผุ เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ในกานพลูจะมีสารยูจีนอล มีสรรพคุฯเป็นยาชาอ่อน ๆ และยาฆ่าเชื้อโรค นอกจากจะบรรเทาอาการปวดฟันได้แล้ว ใช้น้ำคั้นจากดอกกานพลูผสมน้ำแล้วอมบ้วนปาก ยังช่วยดับกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมได้อีก

ชื่อ : กานพลู (Clove)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium aromaticum (L.) Merr. & L.M. Perry
วงศ์ : Myrtaceae